1. ญี่ปุ่น

Japan

เชื่อว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะเมืองหลักๆอย่างโตเกียว และโอซาก้า เพื่อที่จะไปเที่ยวสวนสนุกชื่อดังอย่าง Disneyland และ Universal Studio อีกทั้งไปถึงแล้วก็คงอยากจะแวะไปดูภูเขาไฟฟูจิที่ Kawafujiko ซึ่งก็ต้องแล้วแต่จังหวะด้วย ถ้าวันไหนหมอกลงจัด ก็อาจจะพลาดไม่ได้พบกับ Fujisan ก็ได้

แต่จริงๆแล้ว ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีแค่โตเกียว และโอซาก้าให้เที่ยว ถ้าชอบทัวร์วัดก็แนะนำให้ไปย่านเมืองเก่าที่เกียวโต หรืออยากจะกินอาหารทะเลสดๆ แบบจับมาตรงนั้นเลย ก็แนะนำให้ไป ฮอกไกโด และจริงๆแล้วที่ๆน่าเที่ยวไม่แพ้กับ 2 ที่นี้ ก็คือทางญี่ปุ่นใต้อย่างเมือง ฟุกุโอกะ ฮิโรชิม่า และนางาซากิ เพื่อที่จะไปดูเมืองที่ครั้งนึงเคยถูกระเบิดปรมาณู แต่ชาวญี่ปุ่นก็สามารถสร้างให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งนึง

2. เกาหลีใต้

South Korea

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ช่วงหลังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่วัฒนธรรม K-POP เข้ามาในเมืองไทย เราดูหนังเกาหลี ฟังเพลงเกาหลี เลียนแบบท่าเต้นของเกาหลี ก็เลยมีคนไทยไม่น้อยที่อยากจะไปตามรอยเกาหลี เพื่อดูว่า สถานที่ต่างๆของเกาหลีที่เห็นตามสื่อนั้นจะเป็นยังไงเมื่อไปถึง

ก็เลยทำให้ไม่ใช่แค่ โซล ซึ่งเป็นเมืองหลวงเท่านั้นที่คนไทยนิยมไป คนไทยยังนิยมไปเกาะเชจู และเมืองปูซานอีกด้วย ซึ่งไปเกาหลีก็แน่นนอนว่าต้องไปเที่ยวพระราชวังต่างๆตามที่เห็นในละคร Period และไปลองชุดประจำชาติที่เรียกว่า ฮันบก อีกทั้งสวนสนุก Everland และไปเที่ยว Ski Resort ก็พลาดไม่ได้

3. ฮ่องกง

Hong Kong

ฮ่องกงคงจะเป็นประเทศที่ไม่ต้องนำเสนออะไรมากสำหรับคนไทย เพราะเป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปมาก ถึงแม้ว่าช่วงหลังจะเสื่อมความนิยมไปบ้างจากการที่ไปเที่ยวเกาหลี และญี่ปุ่นก็ราคาไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่จุดเด่นของฮ่องกง ก็แน่นอนว่า อาหารจีนตำรับกวางตุ้ง ที่หากินอร่อยๆได้ตามท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น เป็ดย่าง หมูกรอบ หมูแดง คะน้าฮ่องกง ติ่มซำ และบะหมี่

อีก 2 สิ่งที่หนึ่งที่ดึงดูดให้คนมาเที่ยวที่ฮ่องกง สิ่งแรกคือ สวนสนุก Disneyland ที่มาฮ่องกงแล้วก็คงจะพลาดไม่ได้ และอีกสิ่งหนึ่งก็คือการ Shopping เพราะว่าฮ่องกงเป็นประเทศที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้โดยทั่วไปแล้วสินค้าจะถูกกว่าประเทศอื่น และยิ่งมาในช่วงเทศกาลลดราคาแล้ว ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ เพราะได้ทั้งลดราคา และไม่เสียภาษีอีกต่างหาก

4. มาเก๊า

Macau

นักเสี่ยงโชคทั้งหลาย คงจะไม่มาที่มาเก๊าไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นที่ๆเปิดเสรีด้านการพนัน มีคาสิโนเปิดให้นักเสี่ยงโชคทั้งหลายได้เข้าไปวัดดวงกับเจ้ามือ เจ้าของคาสิโนว่าใครจะเหนือกว่า แต่นั่นก็ทำให้ได้เห็นทัศนียภาพ แสงสีในยามค่ำคืนที่สวยงาม และคาสิโนต่างๆซึ่งเป็นโรงแรมด้วยนั้น แข่งขันกันตกแต่งโดยไม่มีการยอมกัน เพื่อดึงดูดให้ทั้งนักเสี่ยงโชค และนักท่องเที่ยวทั้งหลาย แวะเวียนมา

ซึ่งในบรรดาคาสิโนทั้งหลายนั้น ที่ๆห้ามพลาดเลยก็คือ  โรงแรม Bellagio ซึ่งจะมีการแสดงน้ำพุ แสงสีเสียงในยามค่ำคืน และการไปเยี่ยมชมโรงแรม Venetian ซึ่งจำลองบรรยากาศของเมือง Venice ประเทศ Italy ให้ได้สัมผัสกัน รวมไปถึงการนั่งเรือพาย Gondola ด้วย

5. ไต้หวัน

Taiwan

นักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะนิยมไปเที่ยวไต้หวันน้อยกว่าประเทศอื่นๆในแถบเอเชียตะวันออก ด้วยเหตุผลหลักก็คือจำเป็นจะต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว ทำให้เลือกที่จะไป ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้มากกว่า เพราะว่าไม่ต้องขอวีซ่า ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไป แต่จริงๆแล้วไต้หวันก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าเที่ยว เพราะว่านอกจากเมืองหลวงไทเป จะมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองแล้ว

การท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติที่ประเทศไต้หวันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าสัมผัส เพราะว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีธรรมชาติสมบูรณ์มากประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น น้ำพุร้อน ภูเขา น้ำตก ก็ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ และจะต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งนึง

6. จีน

China

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งเดียว ที่สามารถมองเห็นได้จากนอกโลก ก็บ่งบอกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของชนชาติที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานอย่างประเทศจีน ซึ่งที่เที่ยวมีหลากหลายรูปแบบมาก ตั้งแต่การท่องเที่ยวเมืองน้ำแข็งที่ ฮาร์บิน หรือเที่ยวชมพระราชวังต้องห้ามในเมืองปักกิ่ง ชมความเจริญอย่างสูงสุดทางด้านวัตถุที่เมืองเซี่ยงไฮ้

Shopping ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเซิ้นเจิ้น ชมธรรมชาติที่สวยงามของเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของเมืองซีอาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่จิ๋นซีฮ่องเต้สามารถรวบรวมแผ่นดินจีนได้เป็นปึกแผ่นเป็นครั้งแรก และถ้ามีโอกาสต้องหาชิมอาหารจีนให้ครบทั้ง 8 ตำรับด้วย

7. มองโกเลีย

Mongolia

ในบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ต้องบอกว่ามองโกเลียเป็นประเทศที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ที่สุด ถ้าชอบท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ และอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่าเร่ร่อน หรือ Nomad ก็จะต้องมาที่นี่ให้ได้ ต้องลองมานอนในกระโจมที่เรียกว่า เกอร์ (Ger) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมของชาวมองโกลมาตั้งแต่สมัยเจงกิสข่าน

แต่การมาเที่ยวมองโกเลียคงจะต้องตั้งใจมาจริงๆ เพราะว่ามีสายการบินมาที่นี่ค่อนข้างน้อย และคนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะได้ ทำให้การเดินทางอาจจะค่อนข้างลำบากซักหน่อย แต่ถ้าอยากจะมาแล้ว อุปสรรคแค่นี้คงจะขวางกั้นคนที่อยากสำรวจโลกไม่ได้อย่างแน่นอน

loading...