ส่วนใหญ่คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกก็มักจะเลือกไปโตเกียวก่อน เพราะเป็นเมืองหลวง และมีที่เที่ยวที่คนส่วนใหญ่รู้จัก แต่ก็ใช่ว่าญี่ปุ่นจะมีที่เที่ยวแค่โตเกียวเมืองเดียว เมืองที่น่าเที่ยวในญี่ปุ่นยังมีอีกมาก หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าคือ โอซาก้า เพราะถ้าดูตามลำดับความสำคัญของเมืองต่างๆในประเทศญี่ปุ่นแล้ว โอซาก้าน่าจะมีความสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากโตเกียวเลยทีเดียว

โอซาก้าเป็นเมืองเก่า ที่มีความหลากหลายของที่เที่ยวไม่ต่างจากเมืองโตเกียว ถ้ายังไม่เคยเที่ยวสวนสนุก Universal ก็มาเที่ยวที่เมืองโอซาก้าได้ อีกทั้งในเรื่องอาหารการกินแล้ว โอซาก้าก็ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย และยังเป็นที่ๆคิดค้นโอโคโนมิยากิ หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ซึ่งมีร้านชื่อดังอยู่ในเมืองโอซาก้ามากมาย เที่ยวโอซาก้า มีอะไรให้ไปเยี่ยมชมกันบ้างเรามาดูกัน

1. เยี่ยมชมปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ปราสาทโอซาก้า

ลองได้มาถึงโอซาก้าแล้ว ก็ต้องมาที่ๆเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้า เพราะถ้าไม่ได้ไปก็เหมือนจะยังมาไม่ถึงโอซาก้า นั่นคือ ปราสาทโอซาก้า ซึ่งเป็นปราสาทที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีอายุกว่า 400 ปี ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวอยู่ที่ชั้น 8 ซึ่งจะเห็นวิวของเมืองโอซาก้า และแม่น้ำโอกาวะ

สำหรับในตัวปราสาทนั้น นอกจากจุดชมวิวแล้ว ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง เครื่องไม้เครื่องมือโบราณ ภาพเขียน และเครื่องแต่งกายของชาวญี่ปุ่น และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับปราสาททั้งหลาย นอกจากนี้ในบริเวณรอบๆ ยังมีสวนสาธารณะที่เป็นหนึ่งในที่ชมซากุระอีกด้วย

2. Universal Studios Japan

Universal Studios Japan

อีกไฮไลท์นึงของโอซาก้า คือ สวนสนุก Universal Studios Japan ซึ่งเป็นสวนสนุก Universal Studios แห่งแรกในทวีปเอเชีย แม้แต่คนที่เคยมาเที่ยวที่นี่ เมื่อหลายปีก่อน ก็อาจจะต้องพิจารณามาเที่ยวที่นี่อีกรอบ เพราะว่าปัจจุบันได้มีเครื่องเล่นใหม่ ที่ใครๆก็อยากจะมาเที่ยว และต้องเข้าคิวเพื่อเล่นเครื่องเล่นนี้ยาวมาก นั่นคือ The Wizarding World of Harry Potter ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2014

และเป็นที่เดียวในเอเชีย เพราะที่สิงคโปร์ไม่มีเครื่องเล่นนี้ แม้แต่ในอเมริกาเอง ก็มีแค่ที่ Orlando แต่ที่ LA ไม่มี เชื่อว่าถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ Harry Potter ก็คงจะอยากมาสัมผัสกับโซนเครื่องเล่นนี้แน่นอน อีกทั้งคงจะต้องมาลอง Butter Beer ว่ามันจะมีรสชาติเป็นยังไง อร่อยอย่างที่ในหนังโม้รึเปล่า

3. ไปถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะที่โดทงโบริ (Dotonbori)

ป้ายกูลิโกะ

มาถึงโอซาก้าแล้วจะไม่มาโดทงโบริ เพื่อมาถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะได้ยังไง ป้ายกูลิโกะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ไม่ต่างจาก Piccadilly Circus ใจกลางกรุงลอนดอน หรือ Fifth Avenue ใจกลางเกาะแมนฮัตตัน เมืองนิวยอร์ก

นอกจากจะได้มาถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีถนนช็อปปิ้งที่สำคัญนั่นคือ ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ซึ่งเป็นย่านที่ต้องมาให้ถึง เพื่อมาดูแสงสียามค่ำคืนของใจกลางเมืองโอซาก้า และนอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยๆอยู่แถวนั้นมากมาย

4. ชมดอกซากุระที่สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park)

สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ

ถ้ามาโอซาก้าช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนเมษายน ก็อย่าลืมแวะมาที่สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ ซึ่งแม้แต่ชื่อของสวนสาธารณะนี้ยังมีคำว่าซากุระเลย โดยที่นี่มีต้นซากุระมากกว่า 5,000 ต้น ไฮไลท์ของที่นี่คือ ต้องไปเดินบนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ เพราะจะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นดอกซากุระได้แบบไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งเป็นภาพที่หาชมไม่ได้ง่ายๆ

และในช่วงที่มีเทศกาลชมดอกซากุระ ทางสวนจะมีการประดับประดาไฟสวยงาม ซึ่งจะได้บรรยากาศการชมดอกซากุระไปอีกแบบ เพราะจะเป็นการชมในเวลากลางคืน ภาพที่ถ่ายออกมาก็จะสวยแตกต่างจากที่เคยเห็นๆกันมา

5. ชมวิวที่หอคอยสึเทงคาคุ (Tsutenkaku Tower)

หอคอยสึเทงคาคุ

ถ้าอยากจะชมวิวในเมืองโอซาก้า ก็คงจะต้องมาที่หอคอยสึเทงคาคุ เพราะเป็นจุดชมวิวที่จะมองเห็นวิวของเมืองโอซาก้าได้ ทั้ง 360 องศา และยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองของเมืองโอซาก้า อีกทั้งในอดีตเคยเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเอเชียอีกด้วย

ที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของหอคอย จะมีรูปปั้นของเทพเจ้าบิลลิเคน (Biligen) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ชาวโอซาก้ามีความเชื่อว่า ผู้ที่ได้ลูบเท้ารูปปั้นเทพเจ้านี้จะมีความสุขและโชคดี ส่วนชั้น 3 จะมีร้านขนมกูลิโกะ ซึ่งจะมีขนมเยอะมาก และบางอย่างจะหาซื้อได้ที่หอคอยนี้เท่านั้น บางคนอาจจะสงสัยว่าแต่ละวันไฟที่ยอดของหอคอย ถึงมีสีไม่เหมือนกัน ก็ต้องบอกว่าไฟที่ยอดนั้นเป็น ตัวที่บอกการพยากรณ์อากาศ โดยสีส้มหมายถึงพรุ่งนี้จะมีเมฆมาก สีเขียวหมายถึงอาจจะมีฝน ส่วนสีขาว คืออากาศแจ่มใส

6. แช่ออนเซ็นกลางเมืองที่ Spa World

Spa World

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาญี่ปุ่นก็คือแช่ออนเซ็น ซึ่งสำหรับเมืองโอซาก้าแล้ว แนะนำให้มาแช่ออนเซ็นที่ Spa World เพราะมาง่ายสะดวก และให้บริการแบบครบวงจรจริงๆ มีทั้งสปา ออนเซ็น และซาวน่า บริการที่แนะนำก็คือ ห้อง Scrub เพราะอาจจะตกใจได้ว่า ทำไมมีขี้ไคลเยอะขนาดนี้ ออกมาเป็นก้อนยางลบเชียว

สำหรับคนที่เขินไม่กล้าเปลือยกากแช่น้ำ ก็ยังมาเที่ยว Spa World โดยให้เตรียมชุดว่ายน้ำมา และขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 8 ซึ่งจะเป็นชั้นที่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น โดยจะมีบ่อแช่เป็นบ่อรวมชายหญิง เหมาะสำหรับผู้ที่มากันเป็นครอบครัวด้วย และนอกจากบ่อแช่แล้ว ก็ยังมีสระว่ายน้ำ และสไลเดอร์ให้เล่นด้วย

7. หาของอร่อยกินที่ตลาดกลางโอซาก้า (Chuo Oroshi-uri Ichiba)

ตลาดกลางโอซาก้า

โอซาก้าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อย และย่านที่มีของอร่อยรวมกันมากที่สุด ก็คงจะไม่พ้นที่ตลาดกลางโอซาก้า หรือจะเรียกว่าตลาดปลาโอซาก้าก็ได้ไม่ว่ากัน ที่นี่เป็นที่ๆปลาสด ผัก ผลไม้และสินค้าต่างๆจากในและนอกประเทศถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาประมูลขายให้ กับพ่อค้าคนกลาง ตลาดแห่งนี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1931 นับเป็นตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

สำหรับคนที่ชอบกินซูชิ ก็คงต้องแนะนำร้าน Endo Sushi ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุด ต่อคิวยาวที่สุดในตลาดกลางโอซาก้า ที่นี่จะไม่เหมือนกับร้าน Sushi Dai ที่ตลาดปลาซึกิจิ ที่เมนูหลักจะเป็นแบบ Omakase หรือเชฟเลือกให้ แต่ที่นี่จะเป็นแบบให้เราเลือกเองได้

8. ไหว้พระที่วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple)

วัดชิเทนโนจิ

มาถึงโอซาก้าแล้วก็ต้องแวะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันหน่อย ก็คงจะต้องมาวันที่เชื่อกันว่าเป็นวันพุทธแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น นั่นคือวัดชิเทนโนจิ ซึ่งสร้างมากว่า 1,400 ปี สำหรับด้านนอกวัดสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับด้านในวัดมีค่าเข้าชม 300 เยน ซึ่งภายในวัดจะมีสมบัติของวัดที่เก็บมาตั้งแต่ 1,400 ปีก่อนให้ชม ซึ่งจะรวมไปถึงภาพวาด พระคัมภีร์ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆของวัด วัดนี้เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวจะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายพฤศจิกายน และชมดอกซากุระบานในช่วงปลายเดือนมีนาคมอีกด้วย

9. ไปกินสุดยอดโอโคโนมิยากิร้าน Kiji Okonomiyaki

Kiji Okonomiyaki

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด มาถึงโอซาก้าแล้ว จะไม่มากินโอโคโนมิยากิร้านดังของที่นี่ได้ยังไง สำหรับโอโคโนมิยากิน หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ถูกคิดค้นเป็นครั้งแรกที่เมืองโอซาก้านี่เอง ฉะนั้นถ้าจะหาร้านที่ทำโอโคโนมิยากิ ได้อร่อยที่สุด ก็ต้องมาหากินที่นี่ สำหรับร้าน Kiji Okonomiyaki นั้น ถือเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุด และน่าจะเป็นร้านที่อร่อยที่สุดด้วย

โดยร้าน Kiji จะเปิดตั้งแต่ 11.30 น. ถึงแม้ในร้านจะไม่มีเมนูภาษาไทย แต่เจ้าของร้านเป็นกันเองมากและเต็มใจที่จะแนะนำ โดยร้านนี้จะดังทั้งโอโคโนมิยากิ และยากิโซบะ ถ้ามาโอซาก้า นอกจากจะต้องแวะกิน Endo Sushi แล้ว Kiji Okonomiyaki ก็ต้องมากินให้ได้เช่นกัน

loading...