หากมีการ Vote ให้ลงคะแนนว่า จุดหมายใด ที่นักท่องเที่ยวมือใหม่ สามารถไปเที่ยวได้ง่ายที่สุด เมืองที่จะได้คะแนน นำมาเป็นอันดับ 1 ก็คงจะไม่พ้นเป็น ประเทศสิงคโปร์ ที่เรียกได้ว่าคุณสมบัติครบ

เที่ยวสิงคโปร์ นั้นเที่ยวง่าย การคมนาคมสะดวก ราคาไม่แพง มีที่เที่ยวเยอะ หลากหลายรูปแบบ แหล่ง Shopping อลังการ มีครบหมดทุก Brand ดัง แล้วยังเป็นเป็นต้นกำเนิดของ Charles & Keith และสามารถซื้อได้ถูกที่สุดในโลกด้วย

อีกทั้งไม่ต้องเก่งภาษา ก็สามารถเที่ยวได้ เชื่อว่าคนไทยกว่า 50% น่าจะเลือกสิงคโปร์จะเป็นจุดหมายแรก เวลาคิดที่จะออกไปเที่ยวเมืองนอก วันนี้เราเลยรวบรวม 9 สุดยอดที่เที่ยวต้องไปให้ครบใน สิงคโปร์ มาฝากกัน

1. Universal Studios Singapore

Universal Studios Singapore
สวนสนุก Universal Studios Singapore เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทุกเพศ ทุกวัย มาตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2010 ซึ่งนับเป็น Universal Studios แห่งที่ 2 ในทวีปเอเชีย (อีกแรกอยู่ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น) โดยมีเครื่องเล่นที่โดดเด่น สำหรับคนที่อยากจะมาลอง รถไฟเหาะคู่ที่สูงที่สุดในโลก นั่นคือ Battlestar Galactica

ถ้าอยากจะรู้ว่าเล่นแล้วมันส์ขนาดไหน ก็คงจะต้องมาลองดูให้รู้ สำหรับ Trick ในการเล่นเครื่องเล่นใน Universal Studios Singapore คือให้ไปตั้งแต่สวนสนุกเปิด ตอน 10 โมงเช้า แล้วให้เล่น Battlestar Galactica ก่อน เพราะถ้าไปเล่นอย่างอื่นก่อน อาจจะต้องเสียเวลาต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง

และถ้าจะเล่น Jurassic Park ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่ออกมาแล้วโอกาสเปียกน้ำสูงกว่า 50% ก็ควรจะเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วย แนะนำว่าให้ซื้อที่ 7-11 ตั้งแต่ที่ไทย ราคาตัวละ 25 บาท เพราะถ้าไปซื้อที่หน้าเครื่องเล่นจะต้องเสีย 4 SGD หรือกว่า 100 บาท หรือถ้าไม่ยอมใส่เสื้อฝน แล้วเปียกออกมา ก็ต้องเสียค่าเครื่องเป่าถึง 5 SGD

หากวางแผนการเล่นเครื่องเล่นให้ดีแล้ว จะสามารถเล่นครบทุกเครื่องเล่นภายในเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้มีเวลาพอไปเที่ยวชมอย่างอื่นในเกาะ Sentosa เช่น S.E.A. Aquarium ซึ่งเป็น Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน หรือจะเลือกไปเล่น Skyline Luge ที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เล่นครั้งเดียวไม่เคยพอ

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี HarbourFront แล้วต่อรถด่วน Sentosa Express ค่าผ่านทาง 4 SGD หรือจะเลือกเดินผ่าน Sentosa Boardwalk ค่าผ่านทาง 1 SGD แต่แนะนำให้นั่ง Sentosa Express จะดีกว่า เพราะประหยัดเวลา และเก็บแรงไว้เล่นสวนสนุก Universal Studio Singapore จะดีกว่า

2. Singapore Flyer

Singapore Flyer

จะให้พูดถึงจุดชมวิว ที่สวยที่สุดใน สิงคโปร์ ก็จะคงไม่พูดถึง Singapore Flyer ไม่ได้ เพราะเป็นสถานที่เดียวที่จะได้เห็นวิวที่แตกต่างกัน ทั้งมุมก้ม มุมเงย และยังเป็นแบบ 360 องศา อีกด้วย ตอนที่ Singapore Flyer เปิดใหม่ๆ คนที่ไปต้องต่อคิวเพื่อขึ้นชิงช้าสวรรค์นี้ เป็นชั่วโมง แต่ปัจจุบัน อยากจะขึ้นก็สามารถขึ้นได้เลย

ไม่ได้แปลว่ามันเสื่อมความนิยม แต่ด้วยความที่รัฐบาลสิงคโปร์ มีการสร้างจุดชมวิว อื่นๆขึ้นมาเพิ่มเติมด้วย ทั้งบนเกาะ Sentosa และที่ Marina Bay Sands สำหรับคนที่ขึ้น Singapore Flyer 1 รอบจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะให้ เก็บภาพความประทับใจ ไปพร้อมกับวิวสวยๆของ ประเทศสิงคโปร์

ซึ่งถ้าจะเอาให้ครบถ้วน ก็อาจจะต้องขึ้น ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เพราะจะได้ทั้งวิวของกลางวัน และแสงสีของตอนกลางคืน แต่ถ้ามีงบมากพอ อาจจะเลือกขึ้น 2 รอบ เพื่อให้ได้วิวทั้ง 2 แบบๆเต็มๆ ส่วนนักท่องเที่ยวที่กระเป๋าหนักจริงๆนั้น ทาง Singapore Flyer มีบริการพิเศษให้จัด Dinner รับประทานในตัวชิงช้าได้ด้วย ถ้าจะเลือกที่นี่แล้วใช้บริการ Dinner เพื่อขอแต่งงานก็คงจะ Romantic ไม่น้อย

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Promenade แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที เป็นทางที่สะดวกที่สุด

3. Merlion Park

Merlion Park

มา เที่ยวสิงคโปร์ แล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับ Merlion ก็คงเรียกว่ามาไม่ถึง ประเทศสิงคโปร์ จริงๆแล้วในสิงคโปร์มี Merlion อยู่ด้วยกัน 5 ตัว แต่ตัวที่ดังที่สุดจะอยู่ที่ Merlion Park ซึ่งมี 2 ตัว เป็นตัวเล็กกับตัวใหญ่ สำหรับในภาพนั้นเป็นตัวใหญ่ ที่คนนิยมมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด ตอนถ่ายภาพออกมาอาจจะติดเพื่อนๆคนอื่นที่มาถ่ายรูปกับเจ้าตัว Merlion ตัวนี้ด้วย

เพราะทุกคนก็อยากจะได้ชื่อว่ามาถึง สิงคโปร์ เลยไม่พลาดที่จะต้องมาถ่ายรูปกับ Merlion ที่ Merlion Park จะให้ภาพออกมาโล่งโจ้งเหมือนในรูปนี้ คงจะเป็นไปได้ยาก แน่นอนว่า ถ้าจะให้ภาพสวย ภาพครบ ก็ต้องมาตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เพื่อที่จะได้ทั้งภาพในตอนกลางวัน ช่วงโพล้เพล้ และกลางคืน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีสตางค์หน่อย สามารถใช้บริการ Singapore River Cruise เที่ยวชมวิวรอบแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งก็จะได้อรรถรสไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าจะให้แนะนำการชมวิวที่เจ๋งที่สุด ก็ให้นั่ง Singapore River Cruise ตอนกลางวัน แล้วไปนั่ง Singapore Flyer ช่วงกลางคืน จะได้ภาพที่สวยที่สุด ในงบประมาณที่น้อยที่สุด

Direction: จริงๆแล้วการไป Merlion Park สามารถไปได้หลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่เราแนะนำ คือ ให้ลงรถไฟฟ้าที่สถานี Esplanade แล้วเดินขึ้นมาผ่านโรงละครรูปทุเรียนที่ชื่อ Esplanade ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งกลางสะพานจะมีร้านไอศครีมรถเข็น ที่แนะนำว่าทุกคนที่ไปต้องซื้อกินให้ได้ ก่อนที่จะไปถ่ายรูปกับเจ้า Merlion

4. Chinatown

Chinatown

ไม่ว่าจะแวะเวียนไปเที่ยวเมืองไหนบนโลกนี้ ก็คงจะหลีกเลี่ยงการไปเดินเที่ยวใน Chinatown ไม่ได้ เพราะมันเป็นจุดที่มีมนต์เสน่ห์ ที่ไม่ว่าจะไปเดิน Chinatown ที่เมืองไหน ก็รู้สึกถึงความคึกคักของร้านรวงต่างๆได้เสมอ สำหรับ Chinatown Singapore ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ที่นี่ยังมีความพิเศษอีกหลายอย่าง นั่นคือ ของกินขึ้นชื่อ 3 ใน 4 อย่างของสิงคโปร์ สามารถหากินได้ที่ Chinatown

ร้านอาหารร้านแรกที่ต้องไปกินก็คือ ติ่มซำร้าน Yum Cha ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบที่อดแน่นไปด้วยกุ้ง ทาร์ตไข่แสนอร่อย และมีงบประมาณเยอะก็แนะนำให้ไปกินช่วง 4 โมงเย็น เพราะร้าน Yum Cha จะมี Promotion Buffet Dim Sum ในราคา 28 SGD ซึ่งไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพ และราคาแทบจะไม่ต่างจากโรงแรมชั้นนำในประเทศไทยเลย

ต่อจากติ่มซำ ก็คงจะไม่พูดถึงข้าวมันไก่สิงคโปร์ไม่ได้ หากเดินทะลุ Pagoda Street มาและไหว้ วัดศรีมาริอัมมัน หรือวัดแขก และต่อด้วย วัดพระเขี้ยวแก้ว ก็คงจะถึงคิวที่จะไปศูนย์อาหาร Maxwell ไปลิ้มรส ข้าวมันไก่สิงคโปร์ชื่อดัง ที่ร้าน Tian Tian ในราคาเริ่มต้นที่ 4 SGD ถ้าไม่ได้ไปกินก็คงจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึง Chinatown Singapore ซะแล้ว

สุดท้ายของกินชื่อดังที่มีขายเกือบทุกหัวถนนของ ประเทศสิงคโปร์ คือ หมูหวานบาร์บีคิว ซึ่งต้องระวังอย่าซื้อผิดร้าน ต้องร้านต้นตำรับ Bee Cheng Hieng ที่เปิดขายมากว่า 80 ปีเท่านั้น ส่วนคนที่เห็นน้ำหอมที่ขายตรง Chinatown แล้วอยากจะควักตังซื้อขอให้อย่าเพิ่งรีบ เพราะยังมีที่อื่นที่ขายถูกกว่านั้นมาก

สุดท้ายนี้สำหรับคนที่จะไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องเสียเงินค่าบัตรผ่านประตูต่างๆ สามารถไปหาซื้อตั๋วราคาถูกได้ที่บริษัททัวร์ 2 ที่ใน Chinatown ซึ่งราคาในแต่ละวันจะไม่เท่ากัน ทำให้ตอบยากเหมือนกันว่าที่ไหนขายถูกที่สุด ถ้ามีเวลาเหลือแนะนำให้ไปดูเองโดย

  • Sea Wheel Travel อยู่ที่ชั้น 3 ห้าง People’s Park Centre โดยลงรถไฟฟ้าที่สถานี Chinatown ทางออก D
  • Continental Travel อยู่ที่ชั้น 3 ห้าง People’s Park Complex โดยลงรถไฟฟ้าที่สถานี Chinatown ทางออก C (คนละห้างกับร้านด้านบน)

จากประสบการณ์การใช้บริการแล้ว พบว่าถ้ามีการเช่า Pocket Wifi ให้แบ่งคนไป Sea Wheel Travel และ Continental Travel เพื่อสืบหาราคา โดยให้คนที่ไป Continental Travel พก Pocket Wifi ไปด้วย เพราะ Sea Wheel Travel มีบริการ Free Wifi ก็จะทำให้ได้ราคาถูกสุดระหว่าง 2 ร้าน

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Chinatown

5. Clarke Quay

Clarke Quay

Clarke Quay (อ่านว่า คลาร์ก คีย์) เมื่อตกกลางคืนแล้ว สถานที่ๆคึกคักที่สุด ก็คงจะไม่พ้น Clarke Quay ที่นี่ก็เปิดกันถึง ตี 2 เหมือนกับบ้านเรา ร้านเหล้าใน Clarke Quay ก็มีครบทุกแบบ จะนั่งกินเหล้า หรือดื่มเบียร์ ผับ บาร์ ต่างๆ ก็มีครบ อีกทั้งยังมีมุมสวยๆไว้ให้ถ่ายรูปด้วย ข้อเสียอย่างเดียว คือ รัฐบาลสิงคโปร์เก็บภาษีแอลกอฮอล์ในอัตราที่สูงมาก

เบียร์ 1 แก้วที่ขายร้านแถบ Clarke Quay ราคาสูงถึง 16 SGD แต่ถ้าอยากกินบรรยากาศ มาถ่ายรูป ให้ถือว่าได้มามีอารมณ์ Night Life ใน ประเทศสิงคโปร์ ก็ไม่ว่ากัน แนะนำให้ไปก่อน 1 ทุ่ม เพราะร้านส่วนใหญ่จะใช้ Promotion Happy Hour ขายเบียร์ในราคาพิเศษให้กับลูกค้า

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก อยากจะมาลองแทะปูทะเลตัวยักษ์ที่ร้าน Jumbo ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าติดรสน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทยไปแล้ว อาจจะเซ็งเล็กน้อย เพราะที่ร้าน Jumbo ไม่มีน้ำจิ้มให้ เลยได้แต่ความสดของปูเพียงอย่างเดียว

สำหรับตอนกลางวัน อาจจะไม่คึกคักเท่ากลางคืน แต่ถ้าชอบเที่ยว Museum ก็แนะนำให้ไป Singapore History Museum ไปดื่มด่ำกับ ประวัติความเป็นมาของคนสิงคโปร์ได้ ค่าเข้าชมไม่แพง เพียงแค่ คนละ 2 SGD เท่านั้น

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Clarke Quay

6. Marina Bay Sands

Marina Bay Sands

ตึก 3 ตึก ที่ตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่ริมอ่าว Marina เป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่มีจุดชมวิว พร้อมสระว่ายน้ำที่พร้อมให้ว่ายอยู่ริมเส้นขอบฟ้าอยู่ด้านบน และจุดชมวิวแบบเสียเงินที่สามารถขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศาของสิงคโปร์ได้

มีคาสิโนแห่งแรกใน สิงคโปร์ ที่ชั้นใต้ดินของ Marina Bay Sands สำหรับผู้ที่ต้องการเสี่ยงโชค โดยรัฐบาลสิงคโปร์ให้ชาวต่างชาติที่อายุเกิน 20 เพียงแค่แสดง Passport ก็สามารถเข้าไปเสียตังให้กับคาสิโนได้ฟรี แต่กับชาวสิงคโปร์เองจะต้องเสียค่าผ่านประตู 15 SGD

Marina Bay Sands ยังมี Shopping Plaza ที่รวบรวม Brand ดังสุดหรู ให้ Shopping กันได้ครบครัน ร้านอาหารฝรั่งที่อยู่ภายใน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นร้านอาหารหรูที่มีชื่อ ราคาแพง แต่ที่เป็น Highlight ของ Marina Bay Sands น่าจะเป็นการแสดงน้ำพุที่ตื่นตาตื่นใจทั้ง แสง สี เสียง หน้าอ่าว Marina ที่เรียกว่าต้องไปชมให้ได้

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Bayfront

7. Orchard Road

Orchard Road

สำหรับผู้ที่รักการ Shopping เป็นชีวิตจิตใจ มา เที่ยวสิงคโปร์ แล้ว ก็ต้องมาให้ถึงถนน Orchard เพราะที่นี่ที่เดียว มีให้ดู มีให้เลือกชม ได้ครบทุก Brand

ตั้งแต่ High End, High Street รวมทั้ง Street Brand ด้วย ถ้าจะช็อป High End บนถนน Orchard ก็ขอให้ตรงไปที่ Paragon Mall เพราะครบจริงๆ ในทุก Brand หรูที่เราจะจินตนาการได้ หากเดินหิวอยู่ในห้าง Paragon

ขอให้เดินไปที่ชั้นใต้ดิน หาร้านของทอด Old Chang Kee จะพบกับความอร่อยแบบไม่อมน้ำมัน ถึงกับทำให้ลืมของทอดที่เคยกินในเมืองไทยไปเลย

หรือถ้าชอบเดินห้างญี่ปุ่น ก็ขอให้มาที่ Takashimaya ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม Paragon ตอนลดราคา ถือว่าลดหนักจริงๆ อาจจะได้ Shop ในราคาที่ไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว อีกทั้งมีช็อคโกแลต Royce ให้ซื้อกันที่นี่ด้วย

ถ้าอยากเดิน Street Brand ให้ไปที่ห้าง ION Orchard เพราะมีครบสำหรับ Brand ที่เราคุ้นเคยกัน และถ้ายังไม่ได้ซื้อ Royce กลับบ้านที่ห้าง Takashimaya ก็ยังมาซื้อที่นี่ได้เช่นเดียวกัน

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Orchard แล้วเริ่มเดินที่ ION Orchard ก่อน

8. Mustafa Centre

Mustafa Centre

น้ำหอมที่ถูกที่สุดใน สิงคโปร์ ซื้อได้ที่ไหน รับรองได้ว่า ซื้อที่ Mustafa Centre ถูกที่สุดแน่นอน อย่างที่เห็นๆกัน ที่ขายใน Lazada ก็น่าจะซื้อมาจาก Mustafa Centre แล้วบวกราคาไปอีก 20-30% ต้องยอมรับว่าข้าวของเครื่องใช้ ที่มีขายใน Mustafa Centre นั้นราคาถูกจริงๆ

โดยเฉพาะน้ำหอม และเครื่องประทินผิวต่างๆ ถูกจนไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นน้ำหอม ขวดใหญ่สุด 125 ml แต่ราคาขายตกเป็นเงินไทยแค่ขวดละ 750 บาท

แถม Mustafa Centre ยังเป็นห้างที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันปิด ไม่ต้องกลัวเลยว่าถ้าตอนกลางคืน ห้างอื่นปิดแล้ว แต่รู้สึกว่ายัง Shopping ไม่หนำใจ ขอให้มา Shop กันได้ต่อที่นี่ อีกอย่างนึงที่ขายถูกมากที่ Mustafa Centre นั่นก็คือ ขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะ Kit Kat หลากหลายรสชาติ Chocolate ยี่ห้อต่างๆ ที่มีให้เลือกไม่รู้จบ

ส่วนของที่ไม่แนะนำให้ซื้อที่ Mustafa Centre น่าจะเป็นพวกเครื่องกีฬาต่างๆ เพราะราคาขายจะไม่ค่อยต่างจาก ห้างอื่นๆ เพียงแต่อาจจะมีสี มี Size มีแบบ ให้เลือกครบกว่า ส่วนที่จะเตือนก็คือ ถ้า Shop เสร็จหลังเที่ยงคืน อาจจะต้องโบกแท็กซี่กลับ เพราะว่ารถไฟฟ้าหมดแล้ว

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Little India หรือ Farrer Park ก็ได้ ระยะทางจะพอๆกัน

9. Bugis Street

Bugis Street

มา เที่ยวสิงคโปร์ แล้วไม่มา Bugis Street มันก็อาจจะยังไงๆอยู่ Bugis Street เป็นถนนคนเดินที่ ร้านรวงต่างๆ เริ่มขายของกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า และจะเริ่มเก็บข้าวของ เก็บร้านกันตอนประมาณ 3 ทุ่ม จุดเด่นของที่นี่

คงจะเป็นเรื่องการเดินหาซื้อของที่ระลึกจาก สิงคโปร์ ไปฝากเพื่อนๆที่อยู่เมืองไทย และยังมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ อีกทั้ง ถ้ามีเวลาน้อย และไม่อยากไป Orchard Road ก็สามารถเดินห้าง Bugis Junction ที่อยู่ตรงข้ามกับ Bugis Street ก็ได้

เวลาที่ใช้กับ Bugis Street จริงๆ คงไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะว่ามันยาวแค่ 150 เมตร แต่อาจจะมีตรอกซอกซอยเยอะหน่อย และร้านรวงก็ค่อนข้างเยอะ เปิดขายกันแน่นเต็มพื้นที่ พอเดินทะลุ Bugis Street ไปแล้ว แนะนำให้ไปไหว้ วัดกวนอิมตงฮุดโซ สิ่งศักสิทธิ์ที่สำคัญของ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้ๆ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนกลับ

สุดท้ายที่อยากจะแนะนำ สำหรับ Bugis Street คือ ให้ไปกินบะกุ๊ดเต๋ ร้าน Ah Seng Bak Kut Teh ที่อยู่หลัง Bugis Junction ซึ่งขายโต้รุ่งทั้งคืน ราคาไม่แพง และน้ำซุปบะกุ๊ดเต๋ สามารถเรียกเติมได้ไม่อั้น เรียกได้ว่าสั่งบะกุ๊ดเต๋ชามเดียว ข้าวคนละชาม แล้วซดน้ำซุปเพิ่มพลังได้สบายๆ

Direction: นั่งรถไฟฟ้าลงสถานี Bugis

loading...